ความรู้สึกแรก Code Vein กับรอบ Network Beta Test - GameWorld.in.th

ความรู้สึกแรก Code Vein กับรอบ Network Beta Test

author image by GW_BO | Preview | 0 Comments | 04 มิ.ย. 2019 | เปิดดู

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทาง GameWorld ได้รับเกีรยติจากทาง Bandai Namco Entertaiment Asia เข้าไปร่วมสัมผัสช่วง Network Beta Test ทดสอบระบบการเชื่อมต่อสำหรับเกมแอ็คชั่นฟันแหลกสุดมันส์ตัวใหม่ Code Vein หรือฉายา ‘Anime Soul’ มา วันนี้ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์หลังการทดสอบมาให้เราเหล่าเกมเมอร์ผู้ชื่นชอบเกมแอ็คชั่นมาให้ฟังกัน และเราต้องขอบอกเลยว่าใครที่ชอบเกมพวก Dark Souls หรือ God Eater จะไม่อยากพลาดเลยแหละ ทำไมถึงไม่ควรพลาดงั้นเหรอ ตามมาเลย!

ในช่วงทดสอบของ Code Vein นี้ตัวเกมก็ได้พาผู้เล่นไปตะลุยพื้นที่แรกของเกม ซึ่งก็มีทั้งการสอนระบบต่างๆ มากมาย นั่นรวมไปถึงจุดเด่นของเกมหลักๆ เลยนั่นก็คือระบบ Bloodline ที่เสมือนระบบสายการเล่นตัวละครที่ผู้เล่นจะสามารถเปลี่ยนไปมาได้ ตามเรื่องราวของเกมที่เผยว่าตัวเรานั้นไม่มีสายเลือดอะไรที่แน่นอน นี่ทำให้ตัวเอกเรามีความสามารถพิเศษ ที่จะสามารถเปลี่ยนสายการเล่น พํฒนาตนเองด้วยสายเลือดของตนเองตามที่ต้องการและสนใจได้

ในแต่ละสายเลือดนั้นก็จะมีสกิลที่เราสามารถกดใช้ได้ และสกิลติดตัวที่แตกต่างกันออกไปอีก ซึ่งเมื่อเราอัพเกรดมาแล้ว สกิลที่ว่าจะยังไม่พัฒนาถึงขีดสุด เราจำเป็นที่จะต้องสวมใส่สายเลือดนั้นๆ แล้วใช้งานตามความต้องการของสายเลือดนั้นๆ ด้วย อย่างสาย Fighter ซึ่งเป็นสายเริ่มต้นสำหรับนักต่อสู้ระยะประชิด ก็ต้องการให้เราออกไปล่าฆ่าศัตรู เป็นต้น

นี่ถือว่าเป็นระบบที่สดใหม่ ในเกมที่ยืมฟอร์มูล่ามาจาก Dark Souls แทบจะโดยตรง เพราะใน Code Vein นั้นมีระบบเกมเพลย์ที่คล้ายคลึงกับแนว Dark Souls มาก ผู้เล่นจะต้องเรียนรู้ในการบริหารค่าความเหนื่อยหรือ Stamina ที่จะลดลงทุกครั้งที่เราโจมตีหรือม้วนตัวหลบ ตรงนี้ทำให้จังหวะการหลบและจังหวะในการหาช่องโจมตีกลายมาเป็นจุดขายสำคัญ ผู้เล่นยังสามารถอ้อมไปหลังศัตรูเพื่อโจมตีด้านหลัง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ใช้ไอเทมต่างๆ ช่วยเหลือในการโจมตี และร่ายเวทย์สกิลตามที่เราอัพมาได้ด้วย แม้แต่ความยากก็ยังแสดงให้เห็นอยู่บ้างเป็นระยะๆ ศัตรูโจมตีแรงพอสมควร ความตายจะกลายเป็นเรื่องปกติเลยถ้าเราไม่ไวพอ

ธีมเกมยังพาเราชวนนึกถึง God Eater ไปอีกแบบเลยดีเหมือนกัน เพราะผู้เล่นจะได้มีโอกาสได้แบกดาบยักษ์ไล่ฟันศัตรูไปมาได้อย่างแน่นอน มีการมองหาผลไม้สีน้ำเงินบนพื้นในการสแกนพื้นที่ในเกม หน้าตาศัตรูยังดูยิ่งใหญ่ ดุร้ายเสมือน God Eater เด๊ะ ไหนจะลายเส้นที่เป็นแนวอนิเมะเหมือนกันอีก อาจจะเรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเกมเพลย์แบบ Dark Souls และธีมเกมแนว God Eater ที่ลงตัวเลยก็ว่าได้

แต่จุดแข็งหนึ่งที่ทำให้เกมสนุกไปอีกขั้นคือนอกจากการเชิญผู้เล่นอื่นเข้ามาในเกมของเราแล้ว สำหรับสายเล่นคนเดียวจะยังสามารถซัมมอน NPC เพื่อนๆ ของเราที่พบปะระหว่างทางขึ้นมาช่วยต่อสู้ได้ด้วย ในขณะที่ในเกมตระกูล Dark Souls นั้นเราสามารถซัมมอน NPC ขึ้นมาช่วยได้เฉพาะก่อนจะเผชิญหน้ากับบอส Code Vein เปิดโอกาสให้ผู้เล่นตะลุยไปกับเพื่อนได้ตลอดทางตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียว (ถ้าไม่โดนลูกกระจ๊อกตบตายไปซะก่อน) นี่ก็ทำให้ตัวเกมเหมาะทั้งกับตอนเล่นคนเดียวจนถึงการเล่นกับผู้เล่นอื่นๆ สำหรับคนชอบออนไลน์เลยล่ะ

สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเกมหลักยังไม่ท้าทายพอ ยังมีในส่วนของ ‘Depth’ พื้นที่พิเศษในเกมที่รอให้เราไปสำรวจรออยู่ ซึ่งใน Depth นั้นตัวเกมจะมีความยากมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งจำนวนศัตรูที่มากขึ้น ความถึกทน จนถึงเลเวลที่สูงขึ้น แต่นั่นก็หมายถึงของรางวัลที่น่าสนใจขึ้นด้วย

ทีนี้ถ้าจะให้ตอบว่ามันเลียนแบบ Dark Souls ซะขนาดนี้ มีจุดเด่นแยกออกมาหน่อยนึง แล้วมันดีกว่า Dark Souls หรือเทียบเท่าได้หรือเปล่า ด้วยมาตรฐานที่สูงส่งของ Dark Souls น่าเศร้าที่เรายังต้องตอบว่าไม่ เพราะแม้ตัวเกมจะลอก Dark Souls มามากมายเพียงใด ก็ยังมีความชัดเจนว่าฝีมือในการพัฒนานั้นยังไม่ ‘สุด’ เทียบเท่าเกมตระกูลโซลสักอย่าง ทั้งในเรื่องของความรู้สึกเวลาสู้ฟันที่ยังรู้สึกลอยๆ เหมือนเกมควรจะเร็วกว่านี้แต่ถูกปรับให้ช้าลง รวมไปถึง Hitbox ระยะการโจมตีจากศัตรูที่หลอกตา สกิลที่มีหลากหลายแต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามีความน่าใช้ (ยกเว้นสกิลแบ่งเลือดให้เพื่อนที่สามารถฟื้นชีวิตเพื่อนที่เลือดลดเหลือ 0 ได้ มีประโยชน์ม๊ากมาก)

จุดเด่นใหญ่ที่เราเห็นว่าอ่อนกว่าทุกคู่แข่งอย่างชัดเจนคือการออกแบบด่านที่ดูเชย แห้งแล้งเอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่แรกของเกมที่ควรจะสร้างความประทับใจ ตัวเกมกลับเอาเราไปอยู่ในถ้ำมืดๆ ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรือน่าสำรวจเลยแม้แต่นิด ลักษณะเหมือนดันเจี้ยนเกมมือถือซึ่งไม่ควรจะเป็นในเกมคุณภาพ AAA โดยเฉพาะในปี 2019 แบบนี้ เป็นดีไซน์ที่น่าเบื่อ และต่ำกว่าที่ควรจะคาดหวังสุดๆ

ในภาพรวมยังคิดว่าตัวเกมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ยังไปไม่สุดถึงฟากฝั่งเลยสักอย่าง ความประทับใจโดยรวมยังคิดว่าการพยายามเป็น Souls กลับฉุดเกมลงมากกว่าช่วยให้เกมสนุกขึ้น เป็นเกมที่สนุกในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นมาตรฐานที่ควรจะเอื้อมถึง ยังไงก็ต้องรอดูตัวเกมเต็มกันอีกทีว่าจะยังสามารถสร้างความประทับใจที่ดีกว่านี้ได้หรือไม่ ในปลายปี 2019 นี้บน PS4,XBOX ONE และ PC ครับ

 

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US