[Preview] ลองแล้วมาเล่า Tom Clancy's The Division 2 เกมยิงออนไลน์ผู้เล่นหลายคน - GameWorld.in.th

[Preview] ลองแล้วมาเล่า Tom Clancy’s The Division 2 เกมยิงออนไลน์ผู้เล่นหลายคน

author image by GW_BO | Preview | 0 Comments | 19 ก.พ. 2019 | เปิดดู

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมงาน Gameworld ได้มีโอกาสไปสัมผัสช่วง Private Beta ของ Tom Clancy’s The Division 2 กันมา ซึ่งเป็นช่วงทดสอบที่เปิดให้เฉพาะกับผู้ที่สั่งซื้อเกม Tom Clancy’s The Division 2 ล่วงหน้าผ่านร้านค้าคอนโซล,ผ่าน Epic Game Store หรือ Uplay บน PC เท่านั้น วันนี้เราก็จะมาบรรยายกันคร่าวๆ ถึงความรู้สึกรวมๆ ที่เรามีต่อเกมให้ท่านผู้อ่านกัน ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณ Ubisoft Hongkong ด้วยที่เปิดโอกาสให้เราได้ไปสัมผัสตัวเกมกันครับ

ซึ่งในช่วง Private Beta นี้ก็มีเวลาให้ทดสอบถึงสี่วันด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ 2019 โดยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทีมพัฒนาเกม Massive Entertainment ก็ได้อัพเดตคอนเทนต์เพิ่มในส่วนของช่วง End-Game หรือหลังจากที่ตัวละครของเราถึงเลเวลสูงสุดด้วย ซึ่งการอัพเดตนี้ก็เพื่อที่ผู้เล่นจะสามารถอุ่นใจได้ว่า เลเวลตันนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความสนุกที่แท้จริงใน The Division 2 เท่านั้น

เมื่อเราเริ่มตัวเบต้ามา เกมก็ไม่รอช้าพาเราเดินทางไปยังจุดศูนย์กลาง ณ เมืองวอชิงตันดีซี นั่นก็คือทำเนียบขาวหรือ The White House ทันที โลกของ The Division 2 เริ่มหลังจากภาคแรกผ่านไปแล้วประมาณ 7 ปี, ทุกอย่างยังเละไม่เป็นซาก ตึกรามบ้านช่องเริ่มมีพืชพรรณงอกเงยขึ้นมา สงครามกลางเมืองระหว่างประชาชนกับกองโจรยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีเพียงเจ้าหน้าที่ ‘The Division’ เท่านั้นที่จะหยุดสงครามนี้ได้

ระบบการเล่นยังเหมือนเดิมอย่างที่เราทุกคนคุ้นเคยมาจากภาคแรก ตัวเกมจะยังเป็นแนว Action-RPG ดังนั้นศัตรูที่เราจะได้เจอก็ยังมีหลอดเลือดและเลเวลเป็นตัวกำหนดความแกร่งเอาไว้อยู่ การเลือกใช้อุปกรณ์ อาวุธที่เหมาะสมกับระดับเลเวลและความสามารถของเราก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการเลือกอัพสกิล และ Perk ที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของเรา ของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกม RPG พึงควรมี และภาคนี้ก็ยังนำความสำคัญของระบบไปอยู่ในจุดนั้นได้อย่างครบถ้วน

แต่กระนั้นตัวเกมก็ยังคงความเป็นแอ็คชั่นเอาไว้อยู่ครบ ทั้งการมองหาที่กำบังเพื่อหลบกระสุน การเล็งยิงที่หัวเพิ่มความเสียหายที่ศัตรูจะได้รับ แม้แต่ระบบการควบคุมก็ถูกทำให้ไหลลื่นขึ้น โดยเฉพาะการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางที่รวดเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทั้งหมดก็เพื่อให้ระบบการต่อสู้เต็มไปด้วยความลื่นไหล สนุกสนานสไตล์ยุทธวิธ๊อย่างเป็นระบบ

ที่น่าสนใจคือระบบภารกิจที่เพิ่มความไดนามิคให้กับโลกไปอีกระดับ แม้ตัวเกมจะยังมีภารกิจหลักและภารกิจเสริมที่ชัดเจน แต่ในส่วนของภารกิจบนโลกกว้างนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น อาทิถ้าใครเคยเล่นภาคแรกจะคุ้นเคยกับระบบภารกิจที่มีสีเขียว น้ำเงิน สีส้มตามจุดต่างๆ ใช่ไหม แต่ในภาค 2 นี้ ภารกิจบนโลกกว้างได้ถูก Blend เข้าไปกลมกลืนกับโลกของเกม และจะเกิดขึ้นสุ่มระหว่างที่เรากำลังเดินทางขึ้นมาเอง เป็นจุดที่น่าสนใจและทำให้การสำรวจโลกน่าสนุกกว่าการกดข้ามแผนที่ Fast Travel กระโดดไปมาระหว่างจุดปลอดภัยของเกมเป็นเท่าตัว

และอย่างที่เราบอกไปว่าเลเวลตันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกม เมื่อผู้เล่นพัฒนาตัวละครถึงชีดสุดหรือเลเวล 30 แล้ว ผู้เล่นจะสามารถเลือกปลดล็อค Specialization หรือว่าง่ายๆ ว่าเป็นคลาสเสริมได้ ซึ่งก็จะเป็นคลาสเฉพาะ มีความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งจำเป็นมากในช่วง Endgame สำหรับการลงดันเจี้ยน Raid ในระดับสูง ตอนที่เราได้ทดสอบนั้นมีทั้งหมดสามคลาสด้วยกัน แต่ละคลาสก็มีความสามารถที่หลากหลายแตกต่างกันไป อาทิ Sharpshooter ที่ใช้สไนเปอร์พลังแรงสูงที่สามารถยิงทะลุศัตรูจากอีกคนไปสู่อีกคนได้

นอกจากนี้ก็ยังมีภารกิจที่ออกแบบมาเพื่อตัวละครระดับนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะพาเราไปเผชิญหน้ากับกลุ่ม ‘Black Tusk’ กองกำลังติดอาวุธระดับทหารที่แข็งแกร่ง เหมาะเหม็งจะมาเป็นคู่ปรับงัดกับเราในท้ายเกมด้วย และบอกไว้ก่อนเลยว่าพวกนี้โหดไม่ใช่เล่น และจะทำให้การเล่นเป็นทีมนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าเดิมเยอะเลยแหละ

นอกจากโหมดเล่นกับเพื่อน ลงดันหาของแล้ว อีกโหมดนึงที่ได้รับความสำคัญใน The Division 2 นั่นคือโหมด PVP เรียกกันว่า ‘Conflict’ ที่ๆ ผู้เล่น 4 คนจะปะทะกับอีก 4 คนในโหมดเกมที่เน้นความดุเดือดบนแผนที่ที่หาไม่ได้ที่ไหนในโหมดเกมหลัก ผู้เล่นจะมีระดับเลเวลที่ใกล้เคียงกัน ไม่มีข้อจำกัดทางเลเวลมากีดกันฝีมือ วัดกันที่ความเก่ง สกิลและอาวุธที่เราเลือกใช้ล้วนๆ ครับ

หรือถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างผสมกันก็ต้องลงไป Dark Zone เลย ในภาคนี้จะมี Dark Zone ถึงสามแห่ง แต่ละแห่งก็มีหน้าตาที่แตกต่างกันไปพอสมควร ระบบในบริเวณ Dark Zone ก็ยังเหมือนภาคแรก ผู้เล่นลงสนามไปด้วยกัน ต่อสู้กับศัตรู NPC และหาของไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ สามารถทรยศเพื่อนได้เหมือนเดิม ที่เรียกกันว่า Rogue ซึ่งในภาคนี้ก็ได้เปิดกว้างมากขึ้น ไม่ได้บังคับให้เราไล่ฆ่าคนอื่นแล้ว กับการ ‘ขโมย’

ผู้เล่นจะสามารถทำการขโมยไอเทมมาจากผู้เล่นอื่นๆ กันได้ เมื่อทำการขโมย สถานะของเราจะถูกเปลี่ยนเป็น Rogue ทันที และผู้เล่นอื่นจะสามารถยิงสังหารเราได้ทันทีที่เห็น ผู้เล่นที่กลายเป็น Rogue จะต้องนำของที่ขโมยมาไปเข้าฐานลับพิเศษ เรียกกันว่า ‘Thieve’s Den’ ซึ่งเราสามารถเอาไอเทมที่ขโมยมาไปแลกเปลี่ยนที่นั่นได้ แถมยังสามารถล้างสถานะ Rogue ที่ติดอยู่กับตัวเราได้ด้วยเช่นกัน

สรุป

The Division 2 เป็นภาคต่อที่เหมาะสมดีมากๆ กับปริมาณคอนเทนต์ที่ดูเยอะกว่าภาคแรก เน้นโฟกัสไปที่ช่วง Endgame ทำให้ผู้เล่นมีอะไรทำแม้เลเวลจะตันแล้วก็ตาม มีทั้งระบบลงดันเจี้ยนสูงสุดแปดคนที่เรียกว่า Raid (ซึ่งจะมาในเกมเต็ม) สำหรับคนที่ชอบเล่นกับเพื่อนโดยเฉพาะ เบื่อตอนไหนก็เปลี่ยนไปเล่นโหมดยิงกับคนในโหมด PvP Conflict ได้เลย Ubisoft จะจัดช่วงเบต้าอีกครั้งในวันที่ 1-4 มีนาคม 2019 นี้ โดยคราวนี้จะเป็นช่วงเปิดเต็มที่ ใครที่ยังไม่ได้ลองสามารถไปโหลดมาลองได้ทันทีในระหว่างสี่วันนี้ โดยไม่ต้องสั่งซื้อล่วงหน้าใดๆ ดังนั้นใครอยากลองเล่นก็อย่าพลาดกันล่ะ

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US