[Review] Jump Force สุดยอดเกมครอสโอเวอร์รวมดาวอนิเมะแห่งปี - GameWorld.in.th

[Review] Jump Force สุดยอดเกมครอสโอเวอร์รวมดาวอนิเมะแห่งปี

author image by GW_BO | Review | 0 Comments | 15 ก.พ. 2019 | เปิดดู

โชเน็น ทุกครั้งที่เราพูดถึงการ์ตูนโชเน็น เราเชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้จะต้องเคยผ่านมันมาบ้าง บางคนถึงกับเติบโตมากับมันเลยก็มี ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา การ์ตูนโชเน็นโดยเฉพาะเครือจัมป์ ได้สร้างความหรรษาไปให้กับแทบทุกคนที่ชื่นชอบมังงะทั่วโลก ผ่านหลากหลายเรื่องราวดังๆที่ทำให้เราจดจำกันมาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่เรื่องราวการผจญภัยของเด็กที่ฝันอยากจะเป็นนินจาโคโนฮะ เชี่ยวศาสตร์ลอบเร้นระดับปรมาจารย์, เรื่องราวของเด็กเอเลี่ยนจากดาวอันไกลโพ้นผู้มาพร้อมหางและพลังที่ไร้ขีดจำกัด จนถึงเรื่องราวของโจรสลัดหมวกฟางที่ฝันอยากจะขึ้นเป็นกัปตันเรือโจรสลัดในตำนานผู้ครอบครองสมบัติที่ไม่มีใครเคยค้นพบ

ทุกเรื่องราวมีการผจญภัยที่สนุกสนานตื่นเต้น และที่สำคัญที่สุดคือหลากหลายตัวละครที่น่าติดตาม เป็นจุดดึงดูดหลักๆ ที่ทำให้เราหลงรักการ์ตูนโชเน็นจัมป์ และจะดีแค่ไหนอยากเราจะได้เห็นพวกเขา ภายในโลกใบเดียวกัน ทำภารกิจ ต่อสู้กู้โลกไปด้วยกัน วันนี้ Bandai Namco ขอสานฝันวัยเด็กเล็กๆ ในหยุดสุดสัปดาห์หลังรายการโมเดิร์นไนท์การ์ตูนให้เป็นความจริง กับการรวมหลากหลายตัวละครจากมังงะโชเน็นจัมป์ตลอด 50 ปีมาไว้ในที่เดียว นั่นคือ ‘Jump Force’

ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment Asia ที่ให้การสนับสนุนตัวเกม Jump Force Ultimate Edition มา ณ ที่นี้

Jump Force Ultimate Edition PS4 Review code was provided by Bandai Namco Entertainment Asia. Thank you and Best Regards.

JUMP FORCE_20190213202617

Jump Force เป็นเกมแนวต่อสู้ที่รวมหน้าดาวเด่นจากหลากหลายเรื่องในเครือโชเน็นจัมป์ จับมาซัดร่วมกันในเกมเดียว พัฒนาโดย Spike Chunsoft (Zero Escape, Danganronpa) และจัดจำหน่ายโดย Bandai Namco Entertainment เจ้าเดิมเจ้าเดียวที่ครองลิขสิทธิ์ทำเกมจากมังงะแทบทุกเรื่องในตลาด จุดขายหลักแน่นอนอยู่ที่ระบบการต่อสู้ กับการยำตัวละครจากมังงะโชเน็นจัมป์นับสิบตัวมานัวหมัดใส่กันในระบบเกมเพลย์สุดมันส์ที่เล่นแล้วยากที่จะลืม

และเราไม่ได้แค่เกริ่นลอยๆ เป็นภาษาที่พีอาร์เขาจะใช้กัน, Jump Force มีจุดขายที่โดดเด่นจริงๆ อยู่ที่ระบบการต่อสู้ ที่เรารับประกันว่า ‘มันส์โคตร’ ตัวเกมใช้ระบบคล้ายคลึงกับ Dragonball Xenoverse เลย ใครคุ้นเคยกับระบบจากทั้งสองภาคของเกมมาแล้วจะอิน Jump Force ไม่ยาก กระนั้นถึงไม่เคยเล่นก็ยังสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย กับระบบต่อสู้ 3D ที่มีระบบชาร์จพลัง และการรัวหมัดที่รวดเร็ว วัดความว่องไวและการกดใช้ท่าสกิลต่างๆ

JUMP FORCE_20190213205001

ความมันส์ นัวสุดงดงามของเกมเพลย์นี่เอง ที่จะทำให้เราหวนรำลึกถึงสมัยที่เปิดช่องโมเดิร์นไนท์เพื่อดูโงกุนหรือนารุโตะรัวหมัดใส่ศัตรูแล้วเรียกใช้สุดยอดพลังต่างๆ, Jump Force ประสบความสำเร็จในการ ‘เลียน’ ความว่องไวของการต่อสู้ของตัวละครเหล่านี้ในการ์ตูน มาผสมผสานกับความเป็นเกมได้อย่างเยี่ยมยอด มันไม่ได้แค่ทำให้เราฟินไปกับการครอสโอเวอร์ แต่ยังประสบความสำเร็จในการเป็นเกมต่อสู้ที่สนุก มันส์สะใจไปด้วย

อีกหนึ่งจุดขายก็คือระบบแท็คทีม ใน Jump Force เราจะไม่สามารถเลือกเล่นเป็นแค่คนๆ เดียวได้ เราจะต้องเลือกตัวละครอย่างน้อยสามตัวขึ้นมาเป็นทีมตลอด เพราะระบบทีมจะมีส่วนสำคัญมากๆ ในการทำคอมโบของเรา นอกจากจะสามารถสลับตัวไปมาได้เรื่อยๆ ตลอดแล้ว ยังสามารถเรียกมาซัพพอร์ตเราระหว่างการทำคอมโบต่อเนื่องได้ด้วย ระหว่างต่อยเราก็อาจจะเรียกโงกุนมาปล่อยพลังคลื่นเต่าปิดท้ายก่อนจะหลบไปชาร์จพลังก็ได้ ตรงนี้ก็เลยทำให้ระบบต่อสู้ที่ดีอยู่แล้ว มีมิติขึ้นไปอีก ทำให้เราอยากจะมองหาส่วนผสมทีมที่ใช่สำหรับเราอยู่ตลอดเวลา แถมก่อนสู้ ทั้งสองฝั่งจะมีการพูดเย้ยหยันกัน แบบเดียวกับที่มีใน Mortal Kombat หรือ Injustice ด้วย แฟนๆ มังงะจะชอบตรงนี้แน่ ต่างฝ่ายต่างแหย่ไปมาเดือดสุดๆ สุดยอดโมเมนต์เลยทีเดียว อย่าเพิ่งรีบกดข้ามล่ะ

แต่ทั้งหมดนี่แหละคือข้อดีจริงจังที่เรามีให้ เพราะมันน่าเสียดายจริงๆ ที่ต้องบอกว่า นอกจากระบบการต่อสู้แล้ว ไม่มีอะไรในเกมที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันถึง ‘มาตรฐาน’ ขีดเส้นสีขาวที่เกมๆ นึงควรจะมีจริงๆ เลย เสมือนว่าเอาเวลาไปทำระบบต่อสู้มากเกินไป จนไม่มีพลังเหลือทำส่วนอื่นๆ ให้สมดุลเลย

JUMP FORCE_20190213215344

เราจะเริ่มกันที่เนื้อเรื่อง ซึ่งก็จะบอกตรงนี้เลยแหละว่ามันห่วยไม่มีชิ้นดี ไม่มีทางหลีกไปใช้คำอื่นได้ แม้แต่การใช้มาตรฐานการ์ตูนโชเน็นมาตัดสิน ก็ยังห่วยยิ่งกว่าดูฟิลเลอร์เป็นร้อยตอนในนารูโตะ เรื่องราวเกี่ยวกับการที่โลกแห่งความจริงมาชนเข้ากับโลกการ์ตูนโชเน็น และมนุษยชาติกำลังตกอยู่ในภัย ‘Venom’ กองทัพวายร้ายที่ถูกควบคุมสมองโดย Kane และ Galena ที่เดินทางหมายจะมายึดครองโลกและใช้ ‘คอสมิคคิวบ์’ ควบคุมจิตใจหลากหลายฮีโร่จากการ์ตูนโชเน็นมาเข้ากองทัพของตนเอง เป็นหน้าที่ของเหล่าฮีโร่ที่จะต้องหยุดวายร้ายเหล่านี้เอาไว้ให้ได้

JUMP FORCE_20190213215432

ไม่มีซิกแซกซ้ายชวาให้ตื่นเต้น, Jump Force บอกเล่าเนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงแหน่วไปเลย แทนที่คุณจะได้เล่นเป็นตัวละครจากหลากหลายอนิเมะเท่ๆ มีปฏิสัมพันธ์กันและกัน ตัวเกมกลับใช้การเล่าเรื่องแบบเดียวกับ Dragonball Xenoverse แล้วให้เราไปเล่นเป็นตัวละครที่เราสร้างเองแทนเสียอย่างงั้น การเล่าเรื่องแบบนี้เวิร์คใน Xenoverse เพราะมันคือการย้อนเวลาไปหาช่วงที่แฟนๆ ดราก้อนบอลจดจำกันได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และการกระทำของเราจะส่งผลอะไรต่อเหตุการณ์นั้น มันไม่เวิร์คเลยในสตอรี่ที่เราแค่เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Avenger ญี่ปุ่น’ ปราบวายร้ายที่ไม่มีมิติอะไรให้ค้นหา ตามเรื่องราวไปสู่ความพ่ายแพ้ของวายร้าย โดยที่ไม่เคยรู้สึกว่ามันมี ‘Stake’ หรือการเดิมพันใดๆ เลย

JUMP FORCE_20190213215651

และการที่จับเราไปเป็นส่วนหนึ่งของทีม J Force เลย โดยที่ไม่มีการอธิบายจริงจังว่าโงกุน นารูโตะ และลูฟี่พากันตั้งทีมพิทักษ์โลก ตัดสินใจทำงานร่วมกันตั้งแต่ตอนไหน ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้เนื้อเรื่องไม่น่าประทับใจ ใช่ ในขณะที่เราจะยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกฝึกหลากหลายตัวละครมาร่วมทีม ทั้งจากไดตะลุยเวทมนตร์ โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ เซนท์เซย์ย่า จนถึงยูกิ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าตัวเกมจะเริ่มตั้งแต่ก่อนการมีตัวตนของ J Force ไปเลย ค่อยๆ เล่าว่าโงกุนกับนารูโตะทำงานร่วมกันได้ยังไง จะทำให้เราอินไปได้มากกว่านี้

JUMP FORCE_20190213224938

ส่วนเดียวที่ทีมพัฒนายังพอทำได้ดีบ้างคงจะเป็นโมเมนท์ตัวละครที่ชวนยิ้ม อาทิโบรุโตะเรียกเบจิต้าว่าลุง จนเบจิต้าหัวเสียปรี๊ดแทบแตกตรงนั้น จนถึงการที่ซาเอบะ เรียวไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้นถ้าไม่เอาสาวมาล่อ ตรงนี้ก็พอจะชี้ได้บ้างว่าทีมพัฒนามีการค้นคว้าที่ดีพอสมควร และอาจจะเป็นแฟนๆ การ์ตูนเหล่านี้มาก่อน ก็เลยรู้เป้นอย่างดีว่าแต่ละตัวละครควรจะมีอุปนิสัยอย่างไร กระนั้นก็น่าเสียดายจริงๆ ที่โมเมนท์เหล่านี้คงจะทำได้ดีมากกว่านี้ ถ้าเราได้ติดตามพวกเขามาตั้งแต่ต้น และไม่ได้จู่ๆ ก็ถูกโยนเข้ามาไม่รู้อิโหน่อิแหน่อะไรแบบนี้

JUMP FORCE_20190213221900

คอนเทนต์รวมๆ ก็มีน้อยมากๆ ตัวเกมไม่มีความดึงดูดให้เล่นเยอะมากอย่างที่ควรจะมีเลย ตัวละครก็ยังไม่รู้สึกว่าเยอะเท่าไหร่ ก็ต้องมารอ DLC ตัวละครกันอีก ระบบภารกิจไม่มิอะไรหวือหวา มีภารกิจหลากหลายแบบให้เลือกแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ ฉากต่อสู้ก็ไม่มีเยอะเลย ซึ่งคิดไปคิดมามันน่าจะดีกว่าถ้าจะจับตัวละครเหล่านี้ไปสู้กันในหลายๆ ฉากในตำนานจากอนิเมะหลากหลายเรื่อง มากกว่าจะจับมาต่อยกันกลางไทม์สแควร์หรือหน้าหอไอเฟลอะไรแบบนั้น เพราะเราไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับฉากหลังได้เลย ไม่ต่างอะไรกับการสู้กันในกล่องสี่เหลี่ยม ที่แต่งด้วยฉากหลังจากสถานที่จริงเลยนั่นแหละ

JUMP FORCE_20190213222049

ถ้าไม่ทำมิชชั่น ก็ไม่เหลืออะไรให้ทำแล้วครับนอกจากต่อสู้กับบอท และต่อสู้ออนไลน์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง โลก HUB ที่ดีไซน์มาซะใหญ่โต ก็ไม่มีอะไรให้ทำเลยนอกจากเข้าหน้าร้านค้า ตัวเลือกการปรับแต่งตัวละครเรามีน้อยเอามากๆ นอกจากการซื้อสกิลจากตัวละครมังงะที่เราชอบมาใส่ตัวละครที่เราสร้างเองแล้ว เครื่องแต่งกายอื่นๆ นั้นก็มีแค่หยิบมือให้เลือกเท่านั้นเองครับ น่าตกใจมากๆ สำหรับเกมที่เคลมว่ายำรวมมังงะเป็นสิบเรื่องมาซัดกัน ก็งงว่าได้ลิขสิทธิ์มาแต่ตัวละคร แต่ทำอะไรกับเสื้อผ้าไม่ได้เลยหรือเปล่า

JUMP FORCE_20190213235257

ปัญหาทางเทคนิคก็มีเยอะเอาเรื่อง ที่จะเจออย่างจริงจังเลยก็คือหน้าโหลดเกมที่รอนานแสนนานสองน๊านนาน แล้วมีบ่อยจนน่าหงุดหงิดด้วย จะเข้าคัตซีน อ่ะ โหลด แค่จะเปลี่ยนเสื้อตัวเดียว ต้องโหลดเข้าหน้า แล้วโหลดตอนออกด้วย จบคัตซีนต้องมารอหน้าโหลดเกมต่ออีก โหลดอะไรเยอะแยะนักหนา ปัญหา FPS ก็หนักเอาเรื่อง เข้าคัตซีนมาฉากแรกก็ร่วงเหลือ 5 FPS แล้ว เข้าเมือง HUB หลักของเกมในโหมดออนไลน์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย หันไปทางไหนก็ร่วงเหลือ 10 FPS กระตุกนรกเอามากๆ เป็นเป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่เคียงคู่กับเกมต่อสู้ 3D เครือ Bandai Namco มาตลอด และเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะแก้กันได้สักที…

JUMP FORCE_20190213215303

แต่ต้องปริปากชมความละเอียดของการแปลภาษาไทย ที่พยายามแปลมันทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้นว่ามันจะแปลไม่ได้จริงๆ ตั้งแต่ชื่อท่าต่างๆ ก็ถูกแปลเป็นภาษาไทยได้ถูกต้องตามที่มังงะเรียกไว้ เวลาเข้าหน้าร้านค้าเพื่อเลือกซื้อสกิล จะมีการแยกเป็นหมวดหมู่ ตามมังงะเรื่องต่างๆ ก็ยังใช้ชื่อเรียกมังงะไทยได้ถูกต้องด้วย อาทิหมัดเทพเจ้าดาวเหนือ  ซามูไรพเนจร และอีกมากมาย อันนี้ต้องปรบมือให้กับผู้แปลที่สามารถแปลเข้ากับความเป็นไทยของเราได้ดีและแม่นยำอย่างแท้จริง

JUMP FORCE_20190214001459

สรุป

ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า Jump Force นั้นคุ้มค่ากับการซื้อเต็มราคา ทั้งคอนเทนต์ที่น้อยนิด ไม่มีระบบอะไรเลย ริจะจับให้เราลงไปซัดกันอย่างเดียว เนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงจนไม่มีน่าสนใจ แม้ระบบต่อสู้นั้นจะดีจนพอจะกลบจุดด้อยไปได้บ้าง สุดท้ายแล้ว Jump Force ก็ไม่ใช่เกมที่ต้องเล่นจริงๆ เดี๋ยวนั้น ตรงนี้เจ็บใจผู้เขียนลึกๆ มาก เพราะนี่เป็นเกมใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลย ที่รู้สึกว่าควรมีภาษาไทย และควรเจาะตลาดไทยจริงๆ และอยากจะให้ทุกคนสนับสนุน Bandai Namco เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจทำเกมแปลไทยออกมาอีก ยังไงถ้าไม่มีเงินเหลือขนาดนั้นจริงๆ เราอยากจะให้กัดฟันรอ DLC ออก แล้วรอกดในช่วงเทศกาลลดราคาเอา เลี่ยงการซื้อมือสอง อย่างน้อยก็ได้อุดหนุนทีมพัฒนา และคุ้มค่ากับเม็ดเงินสุดๆ ไปเลย แต่ถ้าไม่ไหว แถมชอบเกมต่อสู้สุดๆ ไม่สนใจเนื้อเรื่อง กะว่ากดมาเล่นขำๆ ไหว อยากเห็นโจโจ้ต่อยโงกุนแล้วตะโกนโอร่าโอร่า กรณีนี้อาจจะคุ้มก็ได้นะ

JUMP FORCE_20190213214804

Jump Force วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PC, PS4 และ XBOX ONE ในรูปแบบเสียงญี่ปุ่นพร้อมซับและหน้าเมนูภาษาไทยสมบูรณ์แบบ สั่งซื้อแบบชุดนักสะสม รับไปเลยทั้งกล่องเหล็กสุดงดงาม ฟิกเกอร์แบบจำลองไดโอรามารวมสามฮีโร่ตัวเอกหลักจาก Jump Force พร้อมงานอาร์ตบอร์ตสวยๆ อีกสามแผ่น และตัวเกมพร้อมซีซั่นพาสตัวละครอีก 9 ตัวที่จะมาในรูปแบบ DLC ในอนาคต คอสะสมทั้งหลายอย่าพลาด!

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US