[Review] Wargroove เกมวางแผนสุดประณีตงานใหม่จาก Chucklefish - GameWorld.in.th

[Review] Wargroove เกมวางแผนสุดประณีตงานใหม่จาก Chucklefish

author image by GW_BO | Review | 0 Comments | 12 ก.พ. 2019 | เปิดดู

ในอีกกาลโลกหนึ่ง ที่ๆ ความสงบสุขไม่เคยหยุดนิ่ง Mercia จ้าหญิงรัชทายาทคนสุดท้ายแห่งอาณาจักร Cherrystone ไม่คาดฝันเลยว่าเธอจะได้รับทราบข่าวการลอบสังหารพระราชาที่เป็นพ่อของเธอ ทั้งที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวระหว่างพระราชวังและลานทุ่งที่เธอกำลังฝึกการต่อสู้ เธอจึงตั้งปณิฐาน ตามหาตัวคนที่ฆ่าพ่อของเธอ และหยุดกองทัพปีศาจที่จ้องเล่นงานดินแดนของเธอที่กำลังไร้ซึ่งผู้ปกครองให้จงได้ แต่จะปกป้องได้ เธอต้องมองหาเพื่อนสหายและรวมดินแดนให้เป็นปึกแผ่นก่อน แต่ใครกันที่จะเป็นสหายเคียงข้างเธอ และอุปสรรคใดนั้นกำลังรอเธออยู่…

ขอขอบคุณ Evolve PR และ Chucklefish ที่ให้การสนับสนุน Wargroove มา ณ ที่นี้

Wargroove PC Steam Key was provided by Chucklefish and Evolve PR. Thank you and Best regard.

Wargroove เป็นเกมแนว เทิร์นเบส-วางแผน ที่จะให้เราควบคุมกองทัพทหาร สั่งการและห้ำหั่นศัตรูบนกระดานแผนที่เล็กๆ ออกแบบด้วยภาพพิกเซลหน้าตาน่ารัก สัมผัสเรื่องราวของเจ้าหญิง Mercia ในโหนดเนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้น จากนั้นก็เข้าห้ำหั่นกับผู้อื่นในโหมดผู้เล่นหลายคนที่สามารถรองรับได้ถึงแมทซ์ละ 4 คนพร้อมกัน เลือกได้ว่าจะสนุกแบบแข่งขันเข้าห้ำหั่นกัน หรือจับมือกันเข้าถล่มศัตรู AI ตัวเกมยังมีในส่วนของโหมดสร้างแผนที่ รวมไปถึงสร้างแคมเปญเนื้อเรื่องของตนเองก่อนจะแบ่งปันให้ผู้เล่นอื่นๆ ทั่วโลกลิ้มลองได้ด้วย

หัวใจหลักสำคัญของ Wargroove อยู่ที่เกมเพลย์ ที่ทีมพัฒนาเคลมว่าเป็นชิ้นงานที่ต้องการจะทำเพื่อรำลึกเกมวางแผนยุคเก่าโดยตรง เป็นเกมเรโทรที่เกมเมอร์นักวางแผนเล่นแล้วต้องน้ำตาไหล ซึ่งก็ไม่ใช่การขายที่เกินตัวเพราะเกมเพลย์ของเกมนั้นให้ความคล้ายคลึงกับเกมวางแผนในตำนานจากค่ายเกมญี่ปุ่น ‘Fire Emblem’ เอามากๆ ทั้งในเรื่องหน้่าแผนที่วางแผน การควบคุมยูนิต รวมไปถึงฉากปะทะกันที่เห็นภาพแล้วแฟนๆ Fire Emblem คงสะดุ้งกันเบาๆ

แต่เพราะการพยายามขายเรโทร เกมก็เลยใช้รูปแบบกราฟิคเป็นพิกเซล ตรงนี้เลยไปเหมือน Fire Emblem ภาคเก่าๆ กับ Advance Wars ยุคเกมบอยโน่น กระนั้นแม้จะเป็นภาพพิกเซลเหมือนเกมเก่า, ทีมพัฒนา Wargroove ก็ได้โชว์การใส่ใจทางรายละเอียดอย่างเต็มที่ ทำให้ภาพพิกเซลนั้นมีคุณภาพที่สูงกว่าเกมภาพคล้ายๆ กัน ทั้งยังละเอียดในงานอนิเมชั่นที่ทำได้อย่างลื่นไหลสุดๆ ไม่ขัดหูขัดตา เห็นภาพแบบนี้คุณภาพเขาดีทีเดียว

ทั้งนี้ จะด่วนสรุปไปเลยว่า Wargroove คือ Fire Emblem ของ PC เหมือนที่ Stardew Valley กับ Harvest Moon มีความเหมือน ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกเสียทีเดียว อย่างแรก ระบบการต่อสู้ใน Wargroove เน้นการวางตำแหน่งยูนิตทหารลูกกระจ๊อกมากๆ ต่างกับระบบเป่ายิ้งฉุบของ Fire Emblem พอสมควร อาทิถ้าอยากจะให้ยูนิตหอกของเราทำดาเมจคริติคอลแรงๆ ผู้เล่นจะต้องเอายูนิตหอกสองชุดมาซ้อนกัน สั่งการให้ชุดแรกอยู่ด้านหลัง แล้วสั่งอีกชุดให้ไปยืนด้านหน้าแล้วโจมตีศัตรู ถ้าทำถูกต้องยูนิตหอกเราจะโจมตีแรงติดคริติคอล มีโอกาศล้มศัตรูได้ในเทิร์นเดียวทันที

อีกอย่างนึงคือระบบสร้างฐานและยึดหมู่บ้าน เราสามารถสั่งกองทัพเราให้ไปยึดหมู่บ้านเพื่อหาเงิน และยึดป้อมปราการต่างๆ ให้มาเป็นฐานชั่วคราวเพื่อฝึกยูนิตทหารเพิ่ม นึกภาพ Company of Heroes ที่เวลาเราส่งทหารยึดตึกได้ จะมีเมนูเปลี่ยนตึกเป็นฐานแนวหน้าชั่วคราว นั่นแหละระบบฐานของ Wargroove โดยระบบนี้จะมีความจำเป็นมากในการรับมือกับศัตรู ยิ่งยึดหมู่บ้านได้เยอะก็ยิ่งมีเงินเยอะ นำมาซึ่งกองทัพทหารที่ใหญ่ขึ้น และโอกาสชนะที่สูงขึ้นตามลำดับ

นัยว่าเป็นการยืมดีไซน์ที่ดีอยู่แล้ว มาทำให้เป็นในแบบของตนเอง ก็ถือว่าไม่เลว กระนั้นก็ไม่วายที่จะมีข้อเสีย และข้อเสียเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเสียที่ค่อนข้างร้ายแรง และกินความงดงามของระบบที่ว่ามาพอสมควร มีความยากง่ายของเกมที่ไม่สมดุล ในช่วงเริ่มเกม เกมจะง่ายถึงง่ายที่สุด อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเกมไหนๆ ก็ง่ายช่วงแรกๆ ทั้งนั้น แต่ความง่ายของ Wargroove นั้นอยู่ยาวจนปาเข้าไปครึ่งเกมเลย ก่อนจะอยู่ๆ หักไปทางยากแบบเกินจะบรรยาย ตรงนี้เลยอาจจะทำให้ผู้เล่นหลายๆ คนปรับตัวไม่ถูกอยู่ เพราะระดับความยากเกมนั้นไม่เหมือนกำลังเดินขึ้นบันไดเขาวงพระจันทร์ แต่เหมือนกำลังปีนภูเขาเอเวอร์เรสมากกว่า

ด้าน AI ก็ไม่ได้ฉลาดมากเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะใครที่จับจุดการเคลื่อนไหว AI ได้ จะเหมือนหาวิธีชนะเกมได้ทุกตาทุกรอบอะไรแบบนั้นเลยแหละ ความหลากหลายของเกมก็มีน้อย เพราะแม้ตัวเกมจะมีฝั่งให้เลือกเล่นถึงสี่ฝั่ง แต่ทุกฝั่งนั้น นอกจากลักษณะหน้าตาที่ต่างกันแล้ว ทุกอย่างตั้งแต่การใช้งาน การว่างยูนิตนั้นเหมือนกับฝ่ายอื่นๆ เป๊ะ ทำให้เกมมีความซ้ำซากที่สูงและสังเกตง่ายกว่าเกมแนวนี้ตัวอื่นๆ ใครเบื่อเกมง่่าย เล่นไปแค่ 4 ด่านอาจจะเบื่อเกมนี้ถาวรเลยก็ได้ นับว่าเกมขาดความหลากหลาย ดึงดูดให้เล่นต่ออย่างรุนแรง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะตัวเกมนั้นก็ดูเป็นเกมที่มีหลายคอนเซ็ปต์ที่ดีจริงๆ

ในแง่ของการเล่นเป็นเกมเอาเนื้อเรื่องนั้น Wargroove ก็ยังไม่ดีพอนัก เนื้อหานั้นยังถือว่าอ่อนและธรรมดาไปมาก มีความยื้ดเยื้อ เดินเรื่องไปได้ช้าเอามากๆ จะสนุกได้ก็ต้องเล่นกับเพื่อนในแบบ Co-op ช่วยกันต่อสู้กับศัตรูหรือเล่นกันเอง ตรงนี้แหละที่เกมจะสาดแสงประกายความสนุกออกมา เล่นกับบอทมันเดี๋ยวง่าย จู่ๆ ยาก เล่นกับเพื่อนร่วมมือกันหรือตีกันเอง มีความเสมอภาคแล้วสนุกกว่าเยอะ เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาอะไรที่ต้องใช้สมองเล่น มากกว่าเกมสร้างฐานถล่มฐานทั่วๆไป

น่าเสียดายที่ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนในโหมดเนื้อเรื่องได้ เล่นได้แต่ในโหมดสร้างแผนที่ที่เราสามารถโหลดแผนที่ของคนอื่นมาสนุกกับเพื่อนได้ นี่ถือว่าเป็นจุดขายอย่างแท้จริงและสิ่งที่ทำให้ Wargroove สนุก เล่นโดยไม่รู้เลยว่าแผนที่ต่อไปจะมีหน้าตาอย่างไร เพิ่มความท้าทายที่สนุกสนานให้กับการเล่นขึ้นเยอะ มันเป็นความสนุกที่แตกต่างจากโหมดเล่นคนเดียวอย่างยิ่ง จนต้องบอกว่าใครซื้อ Wargroove มาแล้วไม่เล่นกับคนอื่นถือว่าเล่นไม่เต็มเกมเลยทีเดียว

สรุป

Wargroove ยังมิอาจปืนถึงตำแหน่งบัลลังค์เกมวางแผนได้จากปัญหาหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ประสบการณ์เล่นคนเดียวน่าเบื่อเกินบรรยายเทียบกับเกมอื่น แต่มันกลับสนุกกว่ามากในฐานะเกมเล่นกับเพื่อน เวลาไม่มีอะไรเล่นและกำลังอยากเล่นเกมวางแผนใช้สมองและไหวพริบสักวันละตาสองตาสนุกๆ ด้วยเกมเพลย์ที่ทำมาง่าย ไม่มีระบบสุ่มตัวเลขอะไรไร้สาระ เน้นการวางตำแหน่งยูนิต และการยึดจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ จึงเป็นเกมวางแผนที่ใช้ฝีมือที่ดีมากๆ ตัวหนึ่งเลย ในภาพรวมแล้ว Wargroove จะเป็นเกมที่ดีได้ หากมีความหลากหลายมากกว่านี้และแก้ไขปัญหาความยากง่าย ตรงนี้เลยขอแนะนำให้รอลดแล้วซื้อมาเล่นกับเพื่อนครับ แล้วจะติดใจวางไม่ลง

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US