[Review] We Happy Few โลกแห่งความสุขบังเกิดขึ้น...แล้วจริงหรือ? - GameWorld.in.th

[Review] We Happy Few โลกแห่งความสุขบังเกิดขึ้น…แล้วจริงหรือ?

author image by GM News | Preview | 0 Comments | 12 ส.ค. 2018 | เปิดดู

Did want to feel good tonight Come out with me~

ยินดีต้อนรับสู่ปี 1964 เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่สงครามยังดำเนินต่อไป เยอรมันเข้ายึดประเทศอังกฤษอย่างสมบูรณ์และประกาศตนเป็นประเทศเยอรมันที่สอง เข้ายึดครองราชบัลลังค์อังกฤษ และทำสงครามต่อฝั่งยุโรปต่อไป แต่เพราะการทดลองเคมีที่ผิดพลาด ทำให้เราทุกคนตัดสินใจย้ายมาอยู่กันที่ Wellington Wells เกาะห่างไกลจากศิวิไลซ์ที่เคยมี เราทุกคนรู้สึกผิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบยาสูตรใหม่ ‘Joy’ ที่กินแล้วทำให้เรามีความสุข ลืมความทุกข์และความทรงจำทุกอย่างที่เกิดขึ้น โลกแห่งความสุขก็บังเกิดขึ้น…

ขอขอบคุณ Evolve, Compulsion Games และ Gearbox Publishing สำหรับคีย์รีวิวเกม We Happy Few บน PC มา ณ ที่นี้
Evolve, Compulsion Games and Gearbox Publishing had provided us with We Happy Few PC review code. Thank you and Best regards.

We Happy Few เป็นเกมแนวแอ็คชั่นผจญภัยจาก Compulsion Games ที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2016 เริ่มแรกมีเป้าหมายหลักเป็นเพียงเกมเอาตัวรอด กระทั่งเสียงเรียกร้องของแฟนๆ ที่ร้องขอให้ทีมพัฒนาเปลี่ยนแนวทางไปขายสตอรี่ล้วนๆ ทำให้ทีมพัฒนาตัดสินใจใช้เวลากว่า 2 ปีครึ่งในการขัดเกลาเกมเป็นประสบการณ์ขายเนื้อหามากกว่าเกมเพลย์ ลดความสำคัญของระบบเอาตัวรอดลง กลายเป็นแอ็คชั่นผจญภัยแทบจะเต็มตัว รับบทเป็น Arthur Hastings ผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่เซ็นเซอร์ข้อมูลข่่าวสาร ที่วันหนึ่งขยันจัด ลืมกินยา Joy ซึ่งทำให้เขาจดจำน้องชายของเขา Percy Hastings ที่ถูกส่งไปเยอรมันสมัยเด็กได้ จึงตัดสินใจหาทางหนีออกจาก Wellington Wells เพื่อตามหาน้องชายของเขา

อันที่จริงแล้วตัวเกมมีตัวละครทั้งหมดสามตัวด้วยกัน เราจะได้เล่นเป็นทั้งสามคน แยกเป็นหนึ่งคนต่อหนึ่ง Act จากทั้งหมด 3 Act ไล่ไปตั้งแต่ Arthur, Sally และ Ollies ตามลำดับ, Sally เป็นนางเอกของเรื่องและเป็นเพื่อนวัยเด็กของ Arthur เธอทำงานเป็นนักเคมี ปรุง Joy สูตรพิเศษให้ลูกค้าพิเศษในเกม และมีความลับซ่อนเร้นอยู่ อีกคนคือ Ollies ทหารอังกฤษเก่าหัวร้อนที่ไม่ยอมรับ Joy และพยายามหาทางต่อสู้กับอำนาจยา Joy ที่ทำให้ผู้คนใน Wellington Wells มัวเมาและลืมโลกแท้จริงที่พวกเขาอยู่กันไปหมด

แต่ละตัวละครจะส่งผลต่อเกมเพลย์แตกต่างกันไป ในกรณีของ Arthur ก็เหมือนเล่นเกมเต็มตามปกติ แต่ในส่วนของ Sally เธอมีปมอะไรบางอย่างติดตัว ทำให้ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้อิสระเท่าที่ควร ส่วน Ollies เข้ากับผู้คนในเกมยากอยู่แล้วเพราะเขาไม่กิน Joy ทำให้เกมยากเป็นพิเศษแทบจะทุกด้าน ทดสอบความรู้เกมที่เราเก็บสั่งสมมาจากการเล่น Arthur และ Sally อย่างแท้จริง

เราจะเจาะไปที่เกมเพลย์กันก่อน และจะตัดสินในฐานะเกมเต็มราคา ซึ่งอยู่ที่ $60 …เราไม่ประทับใจเกมเพลย์พอสมควร เราว่าเกมเพลย์มันเข้าขั้นน่ารำคาญเลยแหละ เดี๋ยวขอเริ่มทีละจุดละกัน เริ่มจากระบบเอาตัวรอด อาหาร น้ำ และการพักผ่อนคือหนึ่งในองค์ประกอบของเกมที่หลงเหลือมาจากสมัยเกมเป็นแนวเอาตัวรอด ผู้เล่นจะต้องกิน ดื่ม และพักผ่อนตลอดเพื่อให่ร่างกายสมดุล หากไม่กินหรือนอน เราก็ไม่ตายแต่ร่างกายจะอ่อนแอลง ส่วนตัวไม่มีปัญหากับระบบนี้นัก เราว่าระบบเอาตัวรอดทำมาได้ง่ายมาก แต่ที่ไม่ค่อยชอบคือตัวเกมกลับไม่มีตัวเลือกที่ฮาร์ดคอร์กว่านี้ เล่นในระดับยากสุดไม่กินอะไรก็ยังไม่ตายอยู่ดี ยิ่งได้ Perk ที่ทำให้เราไม่มีวันเหนื่อยหรือหิวยิ่งทำให้เกมง่ายขึ้นไปอีก

ผู้เล่นจะต้องมองหาทรัพยากรตลอดเวลาเพื่อนำไอเทมมาคราฟของใช้ต่างๆ นำมาซึ่งปัญหาที่สอง นั่นคือระบบเก็บของ นึกถึง Fallout ที่เวลาเราเปิดลิ้นชักหรือกล่อง จะมีหน้าให้เลือกเอาของที่เราต้องการใช้ไหม เกมนี้ไม่มีหน้าให้เลือกไอเทมที่จะเก็บครับ นั่นหมายถึงว่าเกมบังคับให้เราต้องเอาทุกอย่างที่อยู่ในลิ้นชักหรือกล่องออกมา แล้วมานั่งคัดออกเอง หลายต่อหลายครั้งช่องเก็บของเราก็มักจะเต็ม ต้องเสียเวลาเอาไอเทมไปเก็บในช่องเก็บของอีก ที่ยิ่งน่าหงุดหงิดคือช่องเก็บของขยายได้จำกัดแต่ 190kg ไม่สามารถขยายเพิ่มได้อีก ไม่เข้าใจเช่นกันว่าจะมาจำกัดกันเพื่ออะไร ไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดไปกว่าเกมแนวหาของที่จำกัดช่องเก็บของและขยายเพิ่มไม่ได้แล้วแหละ

ระบบต่อสู้ทำมาได้ธรรมดามาก ผู้เล่นสามารถโจมตี บล็อค และผลักศัตรูได้ เป็นระบบที่เข้าถึงง่าย แต่เล่นไปนานๆ ก็รู้สึกซ้ำซาก อาวุธในเกมมีหลากหลายแบบ แต่นอกจากความแตกต่างด้านอนิเมชั่นแล้ว แทบทุกอย่างก็ฆ่าศัตรูได้ภายใน 2-3 ที เห็นชัดเลยว่าทีมพัฒนาไม่ได้สนใจพัฒนาระบบต่อสู้นัก เล่นไปนานๆ ก็อาจจะเบื่อได้ง่าย ระบบลอบเร้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก AI ยังมีปัญหามากๆ ในหลายจุด ไม่มีการมองหาจุดที่เราอาจจะซ่อนตัว แถมลืมเราง๊ายง่าย ในภาพรวมคือเกมเพลย์ง่ายเกินไปมาก แม้จะเล่นในระดับ Hard ก็ตาม มีระบบเยอะแต่กลับทำมาได้ธรรมดาน่าเบื่อ น่าผิดหวังในจุดนี้ครับ

ทีนี้ เนื้อหาล่ะ? เชื่อว่ามีหลายคนอยากเล่น We Happy Few เพราะเนื้อหามากกว่าเกมเพลย์กันใช่ไหมล่ะ ข่าวร้ายครับ ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก จะเอาจุดที่ดีจริงๆ คงต้องยกให้กับโลกของเกม เป็นโลกดิสโทเปียนที่มีองค์ประกอบและไอเดียบรรเจิดหลายอย่างน่าสนใจมากๆ เอาตั้งแต่ยา Joy ที่กินแล้วทำให้ผู้คนหลงละลืมสภาพความเป็นจริงของโลกที่พวกเขาอยู่ กินอาหารเน่าๆ โดยไม่รู้ตัวเพราะฤกษ์ยา อยู่กันแต่ในบ้านซอมซ่อ ไม่คิดจะทำจะพัฒนาอะไรนอกจากมีความสุขจอมปลอมไปวันๆ รวมไปถึงช่วงเปิดตัวที่เราโดนยาหลอกว่าผู้คนกำลังกินลูกอม แต่อันที่จริงเป็นซากหนูก็น่าสนใจได้อารมณ์ Bioshock ไม่แพ้กัน ประกอบด้วยซาวน์แทรค 7 เพลงจาก The Make Believes ที่ดีมากๆ ให้เป็นไฮไลท์ที่สุดของเกมปี 2018 เลย จุดนี้เลยที่ทำให้เกมมี ‘สเน่ห์’ ในด้านการสร้างโลกของเกมสุดๆ

น่าเสียดายที่มันจบอยู่ที่ตรงนั้นเอง เพราะทุกอย่างก็ไม่ต่างอะไรกับเกมโอเพ่นเวิลด์ทั่วไป เราทำผิด ผู้คนก็โกรธ วิ่งเข้ามาทำร้ายเรา ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีความรู้สึกถึงอันตรายอย่างที่โลกของเกมชี้ให้เป็น ส่วนตัวมองว่าระบบโอเพ่นเวิลด์นี่ล่ะทำร้ายเกมเสียเอง แทนที่จะได้เกมขายสตอรี่เข้มข้น ในโลกที่ไม่ได้เปิดอิสระแต่เหมือน Dishonored ที่แต่ละด่านกว้างขวาง กลับได้เกมโอเพ่นเวิลด์ที่ไม่ใช้จุดขายของตนเองดีอย่างที่ควรเป็น เควสเสริมที่ใส่มามากกว่า 50 เควสนั้น ครึ่งนึงของเควสล้วนเป็นเควสหาของ ไม่มีการเล่าเรื่อง ไม่มีเนื้อหา มีแค่ NPC ขอให้เราไปหาอะไรมาให้หน่อย มีเพียงไม่กี่เควสเท่านั้นที่มีเนื้อหา พาเราไปทำอะไรใหม่ๆ กับเซทติ้งโลกของเกมที่น่าสนใจจริงๆ

เควสหลักทำมาได้ค่อนข้างธรรมดา เล่าเรื่องง่ายๆ เกี่ยวกับการผจญภัยเพื่อหาทางออกของ Arthur ใช้ปมง่ายๆ ขัดขวางการเดินทางตัวละคร ไม่เคยมี Threat ที่จริงจังหรือน่ากลัว ทำให้เนื้อหาไม่เข้มข้นนัก อีกเนื้อหาอยู่ที่ตัวละครที่เราจะได้เจอหน้ากัน ซึ่งล้วนไม่น่าสนใจสักคน ทั้ง Sally ที่เป็นตัวละครนิสัย Unlikable มากๆ, Ollies ลุงบ้าๆ ที่บ้าอย่างเดียว ไม่มีสเน่ห์แบบตัวละครบ้าเลือดในเกมอื่นๆ และ Arthur ที่ไม่มีพัฒนาการอะไร เป็นลูซเซอร์ขี้บ่น โทษตนเองทุกอย่าง มันทำให้เราคอนเนคการกระทำตัวละครกับเนื้อหายากมาก แล้วเกมกลับจะให้เราเล่นเป็นทั้งสามคนอีก มีคนเดียวที่น่าสนใจคือลุงแจ็ค นักประกาศข่าวมากสเน่ห์ที่เราจะได้เห็นตลอดเกมผ่านทีวี ซึ่งดันเป็นตัวละครที่เราจะไม่มีวันได้เจออีก…

รางวัลเควสก็ไม่น่าสนใจ เพราะตัวเกมเป็นแนวหาของคราฟเอาตัวรอด รางวัลเควสส่วนใหญ่ก็มีแต่ทรัพยากรเพิ่มให้เราไปคราฟของต่อ มีไม่กี่เควสจริงๆ ที่รู้สึกว่าของรางวัลแปลกใหม่ คุ้มค่าน่าทำ นี่ทำให้ทีมพัฒนาสอบตกอย่างแรงในการทำเกมโอเพ่นเวิลด์ขายเนื้อหา ทั้งเควสเสริมที่ไม่น่าสนใจ ของรางวัลยิ่งไม่น่าสนใจ เสียเวลาเปล่าๆ อย่างแท้จริง

ปัญหาทางด้านเทคนิคบน PC ที่เราใช้รีวิวก็ถือว่ามีเยอะพอสมควร สเปคของผู้เขียนถือว่านำสเปคที่ระบุใน Steam ไปไกลโข (GTX 1070, RAM 8GB, i5 4460K แค่อัพแรมอย่างเดียว เล่นได้ยันเจนหน้าแน่) แต่ไม่สามารถรันเกม 60FPS ได้แทบทั้งเกม ไม่ว่าจะพยายามลดกราฟิคมากน้อยเพียงใด หากคุณอยู่ในเมือง FPS จะร่วงเหลือราวๆ 35-40 FPS ทันที เราหวังว่าแพทซ์ Day-One จะปรับปรุงในส่วนนี้ แต่ตัวเกมที่เรารีวิวปัญหาเทคนิคยังชัดเจนมากเกินไป บัคก็เยอะไม่ใช่เล่น มีสามสี่เควสที่เราไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ บางทีอาจเป็นเพราะเราเก็บของไปแล้วแต่เกมไม่บันทึกการกระทำของเรา ทำให้เควสค้าง บางทีจู่ๆ ตัวเราก็ตกแผนที่ ไม่ก็ถูกผู้คนวิ่งไล่ทำร้ายตลอดเวลา เกมต้องการแพทซ์เยอะพอสมควรครับถึงจะเรียกว่าคุ้มค่าน่าเล่นพอ

สรุป

We Happy Few เป็น ‘Jack of All Trade’ ที่พยายามจะตอบโจทย์เกมเมอร์ทุกสายทุกสาขา ทั้งสายเกมเอาตัวรอด สายแอ็คชั่น สายลอบเร้น สายเนื้อเรื่องและสาย RPG ทำเควส น่าเสียดายไม่มีสักอย่างที่ว่ามาเลยที่กล้าชมได้เต็มปากว่า ‘ดี’ อย่างแท้จริง มีเพียงความโดดเด่นด้านโลกในเกมเท่านั้นที่เป็นจุดขายเด่น และแน่นอน มันไม่มากพอที่ทำให้เราอยากแนะนำให้ซื้อเต็มราคา ยิ่งประกอบกับบัคและปัญหาทางเทคนิคที่เราเจอ เราแนะนำให้รอลดอย่างเดียวครับ แล้วค่อยพิจารณาในภายหลัง We Happy Few ไม่ใช่เกมที่แย่ แต่เป็นเกมที่ธรรมดาสุดๆ ในทุกองค์ประกอบ เราหวังอย่างเดียวว่าจะได้เห็นพัฒนาการในภาคต่อ ซึ่งจะได้เห็นกันหรือไม่นั้นต้องมาดูที่ยอดขายกันอีกที

รีวิวเกม By GameWorld 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US