[Review] South Park: The Fractured But Whole ภาคต่อเกมสุดฮาจากการ์ตูนดัง

[Review] South Park: The Fractured But Whole ภาคต่อเกมสุดฮาจากการ์ตูนดัง

author image by GM News | Review | 0 Comments | 01 พ.ย. 2017 | เปิดดู

จากการ์ตูนทีวีที่ขึ้นชื่อเรื่องอะไรก็ตลกได้นาม South Park ชื่อนี้ที่โด่งดังไปทั่วโลก มาสู่เกมที่ตลกไม่แพ้กันใน South Park: The Fractured But Whole หลังปีก่อนสตูดิโอ Obsidian Entertainment สร้างความตลกโปกฮาไปในภาค The Stick of Truth มาครั้งนี้ Ubisoft San Francisco ขอรับช่วงต่อและขอเปลี่ยนธีมจากแฟนตาซีสู่แนวฮีโร่แทน

ความประทับใจของภาค The Stick of Truth ที่มีนั้นคงจะไม่พ้นความบ้าคลั่งของเนื้อหาในช่วงท้าย เพราะคงไม่มีใครคาดคิดว่าเกมธีมแฟนตาซีเด็กเล่น จะกลายเป็นสงครามระหว่างอัศวิน นักเวทย์ปะทะเอเลี่ยนไปได้ และเช่นเดียวกันใน The Fractured But Whole จากจุดเริ่มต้นแสนธรรมดา ค่อยๆ กลายร่างเป็นความเสียสติที่หยุดไม่ได้

อย่างที่บอกว่าอะไรก็ตลกได้ ดังนั้นถ้า South Park คิดว่าอะไรตลกเขาก็จะหยิบมาเล่น สงครามฮีโร่ยันเพศสถาน The Fractured But Whole เขาไปหมดเลย เป็นเกมวิพากษ์วิจารณ์สังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความจุกจิกวุ่นวาย กับเพศ ศาสนาที่ทุกคนต้องการระบุให้ละเอียด พร้อมความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงเพราะความเข้าใจผิดทางศัพท์ภาษาผ่านทางมุขตลกที่บางทีก็ฮาไม่ออก เกมนี้เล่นหมดและเล่นแรงไม่ใช่เล่น แต่เพราะเป็นมุขสไตล์ฝรั่งและต้องเข้าใจในกระแสสังคมปัจจุบัน ดังนั้นใครคาดหวังจะได้ฮากับมุขคาเฟ่เอาฝาถังตีหัว อาจจะต้องผิดหวังกันไป

แต่ถึงเขาจะเล่นมุขกระนั้นด้านเนื้อเรื่องก็ยังสนุก โดยเฉพาะในช่วงท้ายที่เข้มข้นขึ้นมาก ตัวร้ายปรากฏ ศัตรูที่เราต้องเผชิญ ถึงหลายคนอาจจะไม่เข้าใจมุขฝรั่งแต่ถ้ามาเพื่อเนื้อเรื่องยังไงก็สนุก ถึงยังไงก็ต้องติในส่วนครึ่งแรกถึงกลางเกมที่ส่วนตัวคิดว่าช้ามาก เวลาส่วนใหญ่มักจะหมดไปกับการเล่นมุขเยอะ รวมไปถึงส่วนของ Sidequest ที่ค่อนข้างธรรมดาหนักไปทางห่วย ที่สำคัญมีน้อย เลยเป็นข้อเสียใหญ่สำหรับคนที่คาดหวังว่าเล่นจบแล้วจะมีอะไรให้สำรวจมากขึ้น

พอพูดถึงการสำรวจแล้วเลยนึกถึงอีกหนึ่งข้อเสียของเกม นั่นคือความจำกัดในการสำรวจ เข้าใจว่าทางทีมพัฒนาพยายามที่จะหาอะไรให้ผู้เล่นทำเพิ่มระหว่างทาง แต่เทียบกับภาค Stick of Truth ที่เปิดอิสระตั้งแต่ต้นเกมแล้วต้องยอมรับว่ามันน่าหงุดหงิดไม่ใช่เล่น ที่จะต้องอ้อมครึ่งโลกไปเพียงเพราะมีลาวาขวางทางอยู่ นี่ทำให้การสำรวจในเกมนี้ค่อนข้างจะเหลวและเป็นก้าวถอยหลังของเกมในภาพรวม

ที่เป็นด้านบวกคงต้องให้ที่ ระบบต่อสู้ ซึ่งเปลี่ยนจาก Turn-Based ยืนอยู่กับที่กลายเป็น Turn-Based สไตล์ Grid ที่ผู้เล่นสามารถกดเดินในขอบเขตที่กำหนดแล้วโจมตีช่องที่เลือกได้ ทำให้ระบบต่อสู้นั้นดูเข้าใจง่ายขึ้นมาก แถมไม่ต้องคอยกดปุ่มที่ขึ้นตามจอแบบภาค Stick of Truth ด้วย ส่วนเดียวที่น่าเสียดายคือระบบใช้ไอเทมช่วยสู้นั้นหายไปเกือบครึ่ง อย่างในภาคก่อนเราสามารถเอาก้อนอุจจาระไปปาใส่ศัตรูได้ แต่ในภาคนี้ทำไม่ได้แล้ว ใช้ยา ฟื้นทีมได้อย่างเดียว เป็นต้น

ด้านอื่นๆ ของเกมก็ทำมาเป็นเส้นตรงขึ้นมาก ชัดเจนว่าตั้งใจจะมาขายแฟนๆ South Park ที่ไม่ชอบเล่นเกมแต่อยากรู้เรื่องเกมจากทีวีที่พวกเขาชอบเป็นหลัก อย่างระบบเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนเป็นคอสตูมซึ่งมีผลแค่หน้าตาตัวละครเรา ระบบอาวุธที่ตัดออกไปอย่างสมบูรณ์เพราะตัวเราคือฮีโร่ไม่ต้องใช้อาวุธอยู่แล้ว ข้อดีคือไม่ยุ่งยากต้องทำโน่นนี่ ข้อเสียคือความหลากหลายและความล้ำลึกที่หายไป ถ้าไม่ชอบบริหารช่องเก็บของอยู่แล้วคงไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนชอบเล่น RPG แล้วคงจะผิดหวังไม่ใช่เล่น

อีกระบบหนึ่งที่ทำมาเป็นเส้นตรงคือพัฒนาการตัวละคร ที่ใช้ระบบคราฟของมาเป็นตัวสนับสนุน ในภาคนี้จะไม่มีสกิลให้เราต้องอัพ มีแต่สิ่งที่เรียกว่า Might ซึ่งเปรียบเสมือนตัวบ่งบอกความแข็งแกร่งของเรา วิธีเพิ่ม Might คือการสวมใส่ Artifact ที่จะหาได้ภายในเกมตามจุดลับต่างๆ ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งแข็งแกร่ง หลายเควสจะต้องการค่า Might ในจำนวนที่กำหนดดังนั้นผู้เล่นต้องพยายามพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

นอกจากการหาตามจุดลับหรือซื้อจากพ่อค้าแล้ว ยังสามารถคราฟขึ้นมาเองได้อีกด้วย หากเราสำรวจโลก หลายๆ ครั้งเรามักจะได้ขยะมาเก็บไว้ ในภาคแรกขยะมีประโยชน์เดียวคือเอาไปขาย ในภาคนี้เราสามารถเอาขยะมาแปลงเป็น Artifact หรือขวดยาที่เราต้องการได้ ตัวเกมก็ไม่ได้ทำมาซับซ้อน และไม่ได้เป็นจุดขายเต็มๆ ของเกมนัก กลายเป็นอีกหนึ่งความน่าผิดหวังของเกมเพราะตัวระบบเหมือนใส่เข้ามาให้ดูมีอะไรทำทั้งที่จริงแล้วเราแทบจะไม่ได้ใช้อะไรเลยนอกจากสร้างคอสตูมหรือทำยาเพิ่ม

สรุป

South Park: The Fractured But Whole เป็นเกมที่ดีในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่สนใจเนื้อหามากกว่าเกมเพลย์ แถมติดตามสถานการณ์สังคมต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่นอกจากระบบต่อสู้แล้ว อะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้ Stick of Truth เป็นเกมที่สนุกทั้งเนื้อเรื่องและระบบนั้นหายไป ถดถอยลงหรือถูกทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้นเกือบหมด ดังนั้นใครกะมาเล่นเอาเกมเพลย์ด้วยอาจจะไม่คุ้มเงินอย่างแรงครับ ตัวเกมวางจำหน่ายแล้วบน PC, PS4 และ XBOX ONE

รีวิวเกม By GameWorld 

“The game world is our world.”

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US