[พรีวิว] สัมผัสแรกกับ Call of Duty: World War II เกมยิงสงครามโลกสุดระห่ำ

author image by GM News | Review | 0 Comments | 01 ก.ย. 2017 | เปิดดู 887 ครั้ง

เปิดเบต้ารอบแรกให้ลองของกันไปแล้ว สำหรับ Call of Duty: World War II เกมยิงสงครามโลกสุดระห่ำ ที่จัดจำหน่ายโดย Activision กับการกลับคืนสู่รากเหง้าที่ทำให้ชื่อของ Call of Duty ดังระเบิด ฝีมือทีมเดียวกันกับภาค Advance Warfare ในปี 2014 ที่ขอวัดฝีมือนำธีมสงครามโลกกลับมายัง Call of Duty อีกครั้ง หลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ลองคงสงสัยว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้หลังจากทีมงาน GameWorld ได้มีโอกาสชิมลางมาแล้ว เลยขออาสามาสาธยายความรู้สึกให้ฟังกัน

ในตัวเบต้า Private Multiplayer นั้น เปิดมาก็จะเจอกับวิดีโอเปิดตัว HQ เลย ตัว HQ นั้นในเกมเผยว่าจะเปรียบเสมือน The Tower ของ Destiny ในเชิงที่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับพบปะผู้เล่นคนอื่นๆ หาทีมเล่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ นาๆ น่าเสียดายที่ไม่มีให้ลองในช่วงเบต้า แต่เข้าใจว่าคงอยากจะโฆษณาระบบนี้อยู่พอสมควร หวังว่าเบต้ารอบที่สองจะมีให้ทดสอบด้วยก็จะดีมาก

ผ่านหน้าเปิดตัวไปเราก็จะได้พบกับหน้าเลือก Division ที่เปรียบเสมือนเลือกคลาสที่จะต้องการเล่นมีตั้งแต่ สายปืนกลเบา สายสไนเปอร์ ยันสายลูกซอง เป็นออฟชั่นที่ดีแม้สุดท้ายจะไม่มีผลอะไรมากนักเพราะสุดท้ายเราก็เปลี่ยนอาวุธได้อยู่ดี แต่ยังซะเราก็ยังชอบที่จะมีวิดีโอแนะนำ Division อยู่ดีล่ะนะ ซึ่งแต่ละ Division นั้นจะมีรางวัลมอบให้แตกต่างกันด้วย ผู้เขียนไม่ได้เล่นมากพอที่จะทราบว่ารางวัลที่ว่าคืออะไร แต่ตอนเกมเต็มออกคงจะได้เห็นรางวัลที่ว่านี้แน่นอน

สำหรับตัวเกมในรอบเบต้านี้จะมีทั้งหมด 5 โหมดด้วยกันประกอบไปด้วย โหมด Team Deathmatch สองทีมยิงกันเองใครแต้มถึงก่อนชนะ โหมดยึดจุด โหมดแย่งธง แต่ทีเด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้น โหมด War ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ก่อนเบต้าจะปิดตัวไป มันคือโหมด Objective-Based คล้ายๆ เกมพวก Overwatch หน่อยๆ ที่ว่าในหนึ่งแผนที่จะมีเป้าหมายภารกิจแยกออกเป็นส่วนๆ แตกต่างกันไป

อาทิ ในแผนที่เดียว ณ เวลานี้ของเกม Operation Breakout จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกฝั่งพันธมิตรจะต้องยึดตำแหน่งที่กำหนดเอาไว้ให้ได้ พอยึดได้แล้วฝั่งอักษะจะต้องถอยร่นกลับไปตั้งหลัก ส่วนฝั่งพันธมิตรจะต้องกดดันไปข้างหน้า แล้วซ่อมสะพานข้ามฝั่งให้รถถังขับผ่านไปได้ ฝั่งอักษะก็ต้องคอยป้องกัน ถ้าแพ้ก็ต้องถอยไปที่ศูนย์เก็บกระสุนปืน ซึ่งต้องสร้างกำแพงป้องกันไว้ไม่ให้พันธมิตรมาวางระเบิด ถ้าแพ้อีกก็ต้องป้องกันฐานใหญ่ไม่ให้ฝั่งพันธมิตรดันรถถังมาได้ แต่หากฝั่งพันธมิตรดันรถสำเร็จเกมจะจบลงทันทีและต้องสลับข้างกัน

ส่วนตัวแล้วเป็น โหมด War เป็นโหมดที่แปลกใหม่มาก และเป็นสิ่งที่เกมอย่าง Call of Duty: World War II ควรจะมีอย่างยิ่ง เพราะแม้ผู้เขียนจะไม่ใช่แฟน Call of Duty ตัวยง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนตัวแล้วไม่ค่อยโดนใจในโหมดอื่นๆ ของเกมเท่าไหร่นัก เพราะความรู้สึกรวมๆ มันไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าที่ควรเอาเสียเลย แต่สำหรับ โหมด War ถือเป็นโหมดที่เล่นแล้วรู้สึกสดใหม่เอามากๆ ตัวแผนที่ไม่ได้ใหญ่เกินไปจนลดคุณค่าความเป็นอาเขตเน้นความไว ในขณะเดียวกันก็ยังยกคุณค่าการเล่นเป็นทีม อันเป็นบางอย่างที่หาไม่ค่อยได้ในเกม Call of Duty ยุคใหม่ที่ยอดเยี่ยม

ได้แต่หวังว่าทีมพัฒนาเกมจะดันโหมดนี้เข้าสู่หน้า eSport อย่างจริงจัง เพราะมันคือโหมดที่เหมาะจะใช้แข่งขันอย่างแท้จริง แม้ส่วนตัวจะผิดหวังในส่วนของจำนวนผู้เล่นที่จำกัดแค่ 12 คน แต่พอเล่นไปเล่นมาสักพักก็คิดว่ามันคือจำนวนที่โอเคที่สุดแล้วล่ะ

หันมาดูด้านอาวุธกันบ้าง ในเบต้านั้นตัวเกมยังไม่มีอาวุธให้เราเลือกใช้มากมายนัก ส่วนใหญ่ก็เห็นกันตามเกมสงครามโลกหมดแล้ว แต่ที่ทำให้เกมสดใหม่ขึ้นมาหน่อยเห็นจะเป็นการนำของโมเดิร์นจำพวกกล้อง Reflex มาใช้ แม้จะไม่ได้ตรงตามประวัติศาสตร์เลยก็ตามที ส่วนตัวคิดว่ามันคือความพยายามที่จะนำความสดใหม่มาสู่ตัวเกม ซึ่งเป็นโฟกัสหลักมากกว่าแคร์เรื่องความแม่นยำทางประวัติศาสตร์ ถึงแม้จะดูตลกไปบ้างก็ตามที แต่ต้องขอชมในความพยายามของทีมพัฒนาเขาล่ะนะ

โดยรวมแล้ว Call of Duty: World War II น่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมยิงที่ประสบความสำเร็จได้ หากเกมตัวเต็มสามารถคงคุณภาพเอาไว้ ทั้งในส่วนผู้เล่นคนเดียวและโหมดซอมบี้ รวมไปถึงการแก้ไขบัคต่างๆ ในเกม ส่วนโหมด Multiplayer นั้นตอนนี้ได้ใจผู้เขียนไปเต็มๆ เรียบร้อยแล้ว ถ้าทั้งสองส่วนดี บางทีอาจจะนำความน่าซื้อในราคาเต็มเหมือนเกม Call of Duty ภาคก่อนๆ กลับมาอีกครั้งก็เป็นได้

ส่วนใครที่พลาดรอบแรกของการทดสอบไป ก็รอเล่นรอบที่สองที่จะเปิดให้ลองทั้งบน XBOX ONE และ PS4 กันได้ใน วันที่ 2-5 กันยายน 2017 ที่จะถึงนี้อีกหนึ่งรอบ สามารถรอดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรีที่ลิ้งนี้ครับ >> CODWWIIBetaTH

รีวิวเกม By GameWorld 

“The game world is our world.”

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

Advertisement

Like Us Fanpage