รีวิว Far Cry 5 โฮปเคาน์ตี้ที่นี่เรามี แม่น้ำ ทุ่งหญ้า และแก๊งคัลท์คนบ้าที่ฝันอยากให้โลกแตก!

[Review] Far Cry 5 โฮปเคาน์ตี้ที่นี่เรามี แม่น้ำ ทุ่งหญ้า และแก๊งคัลท์คนบ้าที่ฝันอยากให้โลกแตก!

author image by GM News | Review | 0 Comments | 07 เม.ย. 2018 | เปิดดู 427 ครั้ง

พระเจ้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้านำข้าไป

จากแฟรนไชส์เกมที่สร้างมาเพื่ออวดสรรพคุณของ Cry Engine จาก Crytek สู่โชว์เทคโนโลยีเหนือยุค ฟิสิกส์ที่สมจริงยันระบบไฟลามทุ่งที่หาไม่ได้ที่ไหนในเกมยิงอื่น ยันปัจจุบันในฐานะเกมยิงเปิดโลกกว้างที่มอบอิสรภาพทางการต่อสู้และตัวร้ายผู้มาพร้อมกับปมระดับพระเจ้า ที่ว่ามาทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้ Far Cry เป็นชื่อเกมที่มีความโดดเด่นในตัวหาไม่ได้จากเกมอื่นๆ มาตลอด

และนับตั้งแต่ปี 2012 กับการประสบความสำเร็จใน Far Cry 3 ทำให้ Ubisoft ค้นพบสูตรสำเร็จของระบบเกมเพลย์ และเอกลักษณ์ให้กับชื่อของ Far Cry ได้สำเร็จ สานต่อเนื่องมายัง Far Cry 4 ที่ยังคงใช้สูตรเดิมแค่เปลี่ยนธีมและวายร้าย จนมาถึง Far Cry 5 ที่แม้ในภาพรวมแล้วก็ยังใช้สูตรเดิมไม่เปลี่ยนอะไรมากมาย จนบางครั้งก็รู้สึกเนือยๆ กับสูตรสำเร็จตัวนี้ไปบ้าง แต่เพราะรอบนี้ได้มีการ ‘เขย่าสูตร’ กันเล็กน้อยทำให้ Far Cry 5 ยังคงเป็นเกมที่ดีพอที่จะสนุกไปกับมันได้อยู่ ถึงมองในภาพรวมแล้วจะยัง ‘เดิมๆ’ ก็ตาม

ใน Far Cry 5 จุดประสงค์หลักก็ยังเป็นในเรื่องของคนหนึ่งคน ถล่มกองทัพศัตรู กู้คืนอิสรภาพและความสงบสุขกลับมาในโลกสุดกว้างใหญ่ ในภาคนี้เราคือนายตำรวจที่เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนอีกสามคนในเฮลิคอปเตอร์ ด้วยเป้าหมายเดียวคือเข้าจับ Joseph Seed หัวหน้ากลุ่มคัลท์นาม Project at Eden’s Gate แต่เมื่อเข้าไป แทนที่จะได้เจอแค่กลุ่มคัลท์ไร้พิษสงกับ Joseph Seed หน้าทะมึน กลับได้เจอกับกองทัพติดอาวุธเดินไปรอบๆ โบสถ์และ Joseph Seed กับครอบครัวแทน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป แต่บอกได้เต็มร้อยว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

ว่ากันตามหลักการแล้ว เอาแค่พล็อตกลุ่มคัลท์ติดอาวุธครองเขตทั้งเขตมันก็แทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่นี่มัน Far Cry หลักการอะไรไม่ต้องไปสนใจมากหรอก เอาแค่ภาคสามที่จู่ๆ นักท่องเที่ยววัยรุ่นกลายมาเป็นนักรบสักแขนแบกปืนไล่ยิงโจรสลัดมันก็เวอร์แล้ว ดังนั้นเรามาสนใจในวิธีการจะดีกว่า ซึ่ง Ubisoft ก็ทำได้น่าสนใจมากๆ ด้วยการนำเสนอตัวร้ายหลักถึง 4 คน มากันเป็นครอบครัวเลยประกอบไปด้วย Jacob Seed, Faith Seed, John Seed และสุดท้ายหัวหน้าหลัก Joseph Seed

แม้ว่าตัว Joseph Seed จะปรากฏตัวน้อยไปหน่อย และเราไม่ค่อยได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับปูมหลังจากเขานักก่อนที่จะนำมาสู่ก้าวที่เขากลายมาเป็นหัวหน้านำกลุ่มคัลท์ (ไม่ใช่อะไรใหม่ Pagen Min ก็ไม่ได้โผล่บ่อยอะไรขนาดนั้นเหมือนกัน) แต่ทุกคนที่เหลือกลับมีอุปนิสัยที่โดดเด่นน่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ อย่าง Jacob ก็เป็นอดีตทหารที่คอยมองหานักสู้หน้าใหม่มาร่วมปกป้องกลุ่มคัลท์ของเขา ใช้เสียงเพลงในการล้างสมองและล้วงข้อมูล หรือ John ที่ไม่ต้องพึ่งทริคพิเศษอะไรในการเชิญชวนคนเข้ามาร่วมกลุ่มคัลท์ เป็นนักเจรจาชั้นยอดที่ควบคุมพื้นที่ด้วยความกลัวล้วนๆ ทุกตัวร้ายมีจุดเด่นและสร้างความบันเทิงได้มากๆ เลย กล้าพูดเลยว่านี่คือกลุ่มตัวร้ายที่ดีและโดดเด่นที่สุดของ Far Cry นับตั้งแต่ Vaas มา

เพียงตอบว่า ‘ใช่’

ใน Far Cry 5 มีภารกิจหลักอยู่สองแบบ หนึ่งคือภารกิจหลักที่ต้องทำเพื่อรับคะแนน Resistance Point พวกนี้จะไม่ค่อยมีอะไรมาก ช่วยตัวประกัน ถล่มนั่น ยิงนี่ ไม่ค่อยต่างจากภารกิจเสริมเท่าไหร่ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นภารกิจหลักแบบบังคับ กล่าวคือ เมื่อเราเก็บ Resistance Point ได้ถึงจำนวนหนึ่ง เกมจะบังคับตัดผู้เล่นเข้าไปยังคัตซีนให้เราเจอกับตัวร้าย เนื้อหารวมๆ จะค่อนข้างจริงจัง ตีงๆกว่า Far Cry ภาคก่อนๆ มาก ซีเรียสมืดมนกันแบบสุดๆ ไม่มีภาคอื่นเคยก้าวมาถึงระดับนี้ เราจะไม่สปอยแต่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาแน่

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ Ubisoft ตัดสินใจทำภารกิจเนื้อหาในเกมแบบบังคับ เล่นๆอยู่ตัดคัตซีนเข้าเรื่องเลย มีหลายคนเหมือนกันที่ดูจะไม่ชอบอะไรแบบนี้เพราะมันเหมือนการบังคับเล่น ทำในสิ่งที่เรายังไม่ควรทำ ตัดอิสรภาพออกไปจากเกม แต่ส่วนตัวผู้เขียนกลับสนใจดีไซน์แบบนี้มากๆ เพราะในมุมมองส่วนตัว เรากำลังอยู่ในยุคที่เกมเปิดโลกกว้างคือตลาดหลัก ทีนี้ปัญหาของเกมแนวเปิดโลกกว้างคือความที่มันมีอะไรให้ทำเยอะมาก โอกาสผู้เล่นที่จะสูญเสียคอนเนคชั่นที่มีต่อเนื้อเรื่องเกมก็สูง (ถามว่ามีกี่คนที่เล่น Skyrim จบ นั่นล่ะครับ) บางทีเล่นภารกิจเสริม เดินยิงเล่นมากไปยังไม่ทันสนุกไปกับสตอรี่ก็เกิดเบื่อเกมเพลย์ ลืมเนื้อเรื่องกันเสียแล้ว ผู้เขียนจึงคิดว่าดีไซน์แบบนี้ทำมาเพื่อทำให้ผู้เล่นยึดติดไปกับเกม รู้สึกว่าการกระทำของเรามีผลกระทบเกิดขึ้นตลอดเวลา และสร้างความอยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปอยู่ตลอด ไม่ต้องหมดอารมณ์ไปกับเกมเพลย์และภารกิจเสริมก่อนเวลาอันควรนั่นเอง

นอกจากภารกิจหลักในเกมแล้วก็มีภารกิจเสริม ซึ่งจะพาเราไปพบกับหลากหลายตัวละครพร้อมอุปนิสัยรั่วๆ และเควสประหลาดๆ อาทิให้เราไปไล่ฆ่าวัวที่กำลังผสมพันธุ์กันเพื่อเอาองคชาติวัวมากิน อืม… มียันพาคนท้องไปคลินิคและต้องฝ่ารถขนน้ำมันระเบิดและเครื่องบินตก จึงยังถือว่ามีองค์ประกอบความฮาบ้าหลุดโลกเช่นเดียวกับภาคอื่นอยู่เหมือนกัน ปล่อยให้ภารกิจหลักมันเครียดไปกลุ่มเดียวเถอะ

ที่เหลือคือ Cult Outpost และ Prepper Stash ซึ่งในส่วนของ Outpost นั้นไม่ได้มีอะไรต่างกับภาคก่อนๆ มากมายนัก มันก็ยังเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยศัตรูรอให้เราบุกหรือลอบเร้นเข้าไปฆ่าศัตรูในพื้นที่ให้หมด แต่ทีนี้จุดที่น่าสนใจคือแต่ละ Outpost จะมีคัตซีนตอนปลดล็อคและภารกิจเสริมด้วย อย่างที่บอกมันคือการเขย่าสูตรที่น่าสนใจมากๆ และคราวนี้ทุก Outpost นั้นดีไซน์ทำได้ออกมาสดใหม่มากๆ ไม่ได้เหมือนมันไปซะทุกจุดแบบภาคก่อนๆ มีทั้งโรงงาน บ้านคฤหาสน์ยันสวนสัตว์ จึงมีความสดใหม่ด้านการออกแบบมากพอสมควรแลกมากับจำนวน Outpost ที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

อีกหนึ่งภารกิจก็คือ Prepper Stash มันคือการล่าสมบัติดีๆนี่เอง ผู้เล่นจะต้องไขปริศนาหาวิธีเข้าไปยังพื้นที่ล็อคด้านใน ซึ่งมักจะซ่อนเงินและ Perk Point สำหรับอัพเกรดสกิลเอาไว้อยู่ ตรงนี้ก็น่าสนใจเพราะมันคือการเชิดชูระบบสำรวจอย่างแท้จริง ไม่มีอีกแล้วการวิ่งไปทั่วแผนที่ เดินเข้าถ้ำหน้าตาเดิมๆ เพียงเพื่อเปิดกล่องสมบัติหมายเลขร้อยห้าสิบจากทั้งหมดสามร้อยกล่อง ไม่มี Prepper Stash ไหนเลยที่ให้ความรู้สึกซ้ำซากและเสียเวลา ทุกอันทำได้น่าสนใจมากๆเหมือนการหาสมบัติจริงๆ ถือเป็นอีกก้าวที่ดีในการทำสูตรเดิมๆ ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

แม้ความอ่อนแอก็มีจุดประสงค์

ในด้านเกมเพลย์นั้นก็ยังเป็น Far Cry เดิมๆ ไม่มีเปลี่ยน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะทำมาเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบนี้ จะให้ไปทำอะไรใหม่มันก็ยาก ลักษณะเกมเพลย์จึงเหมือนการรวมพัฒนาการที่ดีจาก Far Cry 4 และ Far Cry Primal เสียมากกว่า มีการเพิ่มระบบอาวุธประชิดที่ผู้เล่นสามารถเลือกใช้ได้ ตั้งแต่พลั่ว ไม้เบสบอล ยันท่อน้ำ นอกจากจะใช้เอาไปตีคนได้แล้วยังใช้ปาใส่คนได้ด้วย ยังมีการเพิ่มสลิงช็อคยิงหินเข้ามาด้วย ด้านระบบปรับแต่งปืนก็มีการพัฒนาให้หลากหลายกว่าภาคสี่ขึ้นมาก แทบทุกอาวุธในภาคนี้สามารถติดกล้อง ติดที่เก็บเสียงได้ เพิ่มความหลากหลายในการเล่นเยอะมากๆ เลยทีเดียว

นอกจากยิงคนแล้วยังมีในส่วนของระบบตกปลาและล่าสัตว์ การเพิ่มมาในส่วนของระบบตกปลานั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจเอามากๆ แม้จะเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่มีความซับซ้อนเหมือนใส่มาเอาสนุกเฉยๆ ก็ตาม ปัญหาน่าจะอยู่ที่จุดประสงค์มากกว่า ภาคนี้ไม่มีระบบคราฟของจากหนังสัตว์อะไรแบบนั้นครับ ล่าสัตว์ตกปลามาได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้หลังจากนั้นคือขายทิ้งหาเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องอาวุธในเกมถึงขนาดอยากจะซื้อมาใช้ทุกอย่าง หรือสนใจ Challenge ในเกม ทั้งระบบตกปลาและล่าสัตว์นั้นไม่มีประโยชน์ส่งผลอะไรตรงๆ ต่อเกมเพลย์เลยครับ ตรงนี้ถือว่ามีความน่าเสียดายอยู่เล็กๆ เหมือนกัน ถ้าต่อยอดไปได้กว่านี้ การทำกิจกรรมเสริมที่ไม่ใช่การยิงคนคงจะสนุกขึ้นมากๆ เลยแหละ

ปัญหาทางด้านเทคนิคคืออีกส่วนหนึ่งที่ส่วนตัวมีปัญหาพอสมควร Far Cry 5 บัคเยอะมากครับ ไล่ไปตั้งแต่ปัญหาทาง AI ที่ดูจะฉลาดน้อยกว่าภาคก่อนหลายเท่า ชอบวิ่งมาทำร้ายผู้เล่นแบบไร้สมอง ไม่รู้จักการใช้ระเบิดกดดันผู้เล่นหรือมองหาช่องทางตลบหลังเราแบบพวกทหารในภาคสี่ แม้ข้ออ้างที่ว่าพวกกลุ่มคัลท์ไม่ใช่ทหารเลยไม่ฉลาดเท่าจะพอฟังขึ้นอยู่บ้าง แต่ระดับที่ว่ายืนเด๋อๆ รอเรายิงใส่ก็ไม่ไหวนะเออ

ยังไม่รวมปัญหาทางเทคนิคจุกจิกมากมาย เดินๆ อยู่ตกแผนที่, สไลค์เชือกลงมาข้างล่างเร็วไป พอถึงพื้นก็ตายแบบงงๆ, ศัตรูตกแผนที่ เล่น Outpost อยู่แล้วจบไม่ได้ต้องรีสตาร์ทใหม่ และอีกมากมายจุกจิกไปหมด ถ้าหากใครหงุดหงิดง่ายไปกับบัค ไม่แนะนำให้ซื้อมาเล่นช่วงนี้ แต่ถ้าพอทนอยู่ได้บ้างก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

มาเป็นหนึ่งกับเราในสวรรค์

Far Cry 5 เป็นภาคแรกของเกมที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถดีไซน์ตัวละครของตนเองขึ้นมาได้ อยากเล่นเป็นชายหรือหญิง ทรงผมยังไงเสื้อแบบไหนมีให้เลือกหมด ทีนี้ต้องยอมรับเลยว่าตัวเลือกที่เกมให้มานั้นดูจะค่อนข้างที่จะจำกัดพอสมควร แต่เข้าใจว่าเพิ่งทำครั้งแรกยังเรียนรู้แนวทางกันอยู่ก็พอถูไถไปได้ ทีนี้ ปัญหาจริงๆ ที่ Ubisoft ทำขึ้นมาเองคือการทำให้ตัวละครนั้นเงียบทั้งเกม อย่างมากก็เสียงครางเวลาบาดเจ็บ ซึ่งมันทำให้การเขียนบทเนื้อหานั้นไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย คือเนื้อเรื่องยังดีอยู่นะ แต่เวลาตัวละครตัวร้ายมาคุยกับผู้เล่นมันกลับรู้สึกไม่ชวนอินน่ะ เหมือนเขาคุยคนเดียว เป็นตัวถ่วงไม่ให้บทพัฒนาไปได้ดีกว่าที่มีเวลานี้ น่าแปลกใจว่าทำไมถึงไม่คิดทำเสียงพากษ์ให้สักหน่อย หลายๆ เกมเก่าที่มีตัวละครเลือกเพศได้เขาก็มีกันหมดนะ (Mass Effect, Saints Row) อันนี้เลยเป็นข้อเสียเต็มๆ ไปเลย

ในภาคนี้ยังได้นำระบบคล้ายๆ ภาคสองกลับมากับระบบ Friend For Hire เพื่อนรับจ้างช่วยสู้ ในเกมจะมีทั้งหมดหกคนไม่นับสัตว์อีกสามตัว ทุกคนมีเอกลักษณ์ อาวุธที่ใช้และสไตล์การเล่นเหมาะกับผู้เล่นในแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ในขณะที่ระบบ Buddies จาก Far Cry 2 จะโหดร้ายกว่า (สหายเราทุกคนจะตายได้แค่ 3 ครั้ง หลังจากนั้นต้องฆ่าทิ้งสถานเดียวและจะไม่สามารถเรียกใช้ใหม่ได้อีกเลย) ใน Far Cry 5 ทุกคนจะไม่มีวันตาย หากแต่ถ้าเราช่วยเพื่อนที่ล้มลงไม่ทันเวลา ก็จะต้องรอคูลดาวน์ยาว 8 นาทีถึงจะเรียกใช้คนนั้นๆ ใหม่ได้อีกครั้ง ถือว่าดีกว่าไม่มีและสร้างความหฤหรรศ์ได้พอสมควร แม้ระดับความล้ำลึกจะไม่เท่าระบบ Buddies เลยก็ตาม

อีกระบบที่พัฒนามากขึ้นคือ Far Cry Map Editor ในภาคนี้เราเรียกว่า Far Cry Arcade ซึ่งผู้เขียนพบว่าสนุกกว่าที่คาดคิดมากๆ ในขณะที่โหมดเล่นคนเดียวจะมีอะไรๆ เหมือนกันกับภาคก่อนๆ แต่ในโหมดผู้เล่นหลายคนคงจะหาเกมยิงอื่นๆ ที่มีแผนที่นับร้อยแบบนี้มิได้อีกแล้ว เล่นตาใหม่ พบแผนที่ใหม่หลากหลายแบบ มีทั้งแผนที่แบทเทิลรอยัล แผนที่อาวุธประชิด แผนที่ไซไฟหลุดโลก มาครบเลยแหละ เล่นเพลินๆได้ยาว

สรุป

ในภาพรวมแล้ว Far Cry 5 ไม่ใช่เกมที่เพอร์เฟค หรือมีเป้าหมายปฏิวัติวงการเกมเดินหน้ายิงเปิดโลกกว้าง หลายๆอย่างในเกมยังคงใช้สูตรเดิมที่ใช้มาตลอดนับตั้งแต่ Far Cry 3 วางจำหน่าย และไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมายนัก สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบภารกิจ เขียนบท และดีไซน์โลกรอบตัวที่ทำให้สูตรเกมเพลย์เดิมๆ ยังมีความสนุกสนาน บรรยากาศที่สวยงาม การออกแบบภารกิจที่รู้สึกซ้ำซากน้อยลง ประกอบด้วยเนื้อหาที่สนุกสนานกับตัวร้ายที่สร้างความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม อาจจะมีบางอย่างที่ถูกตัดออกไปจากเกมบ้าง แต่ Far Cry 5 คือความสำเร็จในเป้าหมายที่แฟรนไชส์มีมาตลอดอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้ทำอะไรผิดให้รู้สึกด้อยลง และไม่ได้ชยายขอบเขตไปสูงกว่าที่เคยทำมามากมายนัก และแฟนๆ ที่ชอบภาคก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เนื้อหา หรือเกมเพลย์จะไม่มีทางผิดหวังแน่นอนที่สุด

ขอขอบคุณ Ubisoft Hongkong สำหรับคีย์รีวิวบนเกม Playstation 4 มา ณ ที่นี้

รีวิวเกม By GameWorld 

Tags: , , , , , , , , , , , ,

Advertisement




Advertisement




LIKE US